tour-wat เที่ยววัดไทย

 
บทความ
 
IMG_7049

ย้อนวัยไปสู่ “งานวัด” ความบันเทิงสุดคลาสสิก

  “งานวัด” ความบันเทิงสุดคลาสสิก ที่กำลังจะหายไปพร้อมกับกาลเวลา   ถ้าจะพูดถึงความสนุกสนาน และความทรงจำที่สวยงามในอดีตนั้น กิจกรรมประจำยามค่ำคืนช่วงที่มีเทศกาลต่างๆ อย่างงานวัด คงจะเป็นความบันเทิงในอดีตที่หลายๆ กำลังคิดถึงเป็นแน่ ด้วยบรรยากาศสไตล์พื้นบ้านที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และมีให้เห็นกันบ่อยๆ ในอดีต   เนื่องจากวัดเป็นศูนย์รวมของคนไทยในอดีต ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นวาระใด ผู้คนก็จะมารวมตัวกันที่วัดเสมอ ความรื่นเริงและความบันเทิงก็เช่นเดียวกัน แต่ในปัจจุบันนั้นที่ความเจริญ และเทคโนโลยีต่างๆได้เข้ามามีบทบาทกับการดำเนินชีวิตของเรามากยิ่งขึ้น ทำให้งานวัดที่เราเคยพบเห็นได้ทั่วไปค่อยๆ ลดน้อย และเกือบจะหายไปในที่สุด ซึ่งนอกจากบรรยากาศของงานวัดที่ว่านั้นจะหายไปแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่หายไปพร้อมกันก็คือ กิจกรรมความบันเทิงต่างๆ ที่เราสามารถพบเจอได้ตามงานวัด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นที่คล้ายคลึงกับสวนสนุก ได้แก่ ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน บ้านผีสิง หรือรถราง ซึ่งเป็นเครื่องเล่นที่จำลองความสนุกสนานมาจากสวนสนุก แต่มีราคาค่าตั๋วแบบเบาสบายกระเป๋า นอกจากเครื่องเล่นที่กำลังจะหายไปพร้อมกับงานวัดแล้ว ก็ยังมีกิจกรรมการละเล่นต่างๆ ที่เราจะพบเห็นได้เพียงแค่ภายในงานเท่านั้นที่กำลังจะหายไปด้วย โดยกิจกรรมที่ว่านั้นก็อย่างเช่น กิจกรรมปาลูกโป่งลุ้นโชค เกมการเดิมพันแสนคลาสสิกที่พบเห็นได้ตามงานวัด ซึ่งจัดขึ้นเพื่อวัดฝีมือความแม่นของผู้เล่น เพราะถ้าหากคุณแม่นจริง รางวัลต่างๆภายในร้านก็จะเป็นของคุณ หรือจะเป็นกิจกรรมจับฉลากเสี่ยงดวง อีกหนึ่งกิจกรรมที่คล้ายคลึงกับการเล่น สล็อตออนไลน์ ในสมัยนี้ที่เล่นง่ายและต้องอาศัยดวงเป็นหลัก โดยที่ผู้เล่นจะได้ลองเสี่ยงโชคในการจับฉลากที่มีหมายเลขรางวัลตามที่ระบุไว้ ซึ่งหากคุณสามารถจับได้ฉลากที่เป็นรางวัลใหญ่ ก็จะได้รับของรางวัลที่สมกับการเดิมพันไปนั่นเอง อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องน่าเสียดายเป็นอย่างมาก ที่สิ่งเหล่านี้กำลังจะหายไป […]

0 comments
000k2

ขอเชิญนมัสการ และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ หลวงพ่อเดิม (เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว)

ขอเชิญนมัสการ และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ หลวงพ่อเดิม (เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว) ณ วัดหนองโพ ต.หนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์    

0 comments

ทั้งหมด

.

 
ภาคกลาง
 
หลวงพ่อบ้านแหลม

ปิดทองหลวงพ่อบ้านแหลม ชิมของหวานบ้านอัมพวา

ปิดทองหลวงพ่อบ้านแหลม ชิมของหวานบ้านอัมพวา   เจื้อยแจ้วแว่วเสียงสำเนียงขับร้อง ดังเพลงมนต์รักแม่กลอง ล่องลอยพริ้วหวานซ่านมา กล่อม สาวงามบ้านอัมพวา… … …ก่อนลาจากสาวแม่กลอง เรา ร่วมปิดทองงานวัดบ้านแหลม เที่ยววัดไทยวันนี้ ใช่จะมาชวนร้องคาราโอเกะครับ แต่นำบทเพลงมนต์รักแม่กลอง ขึ้นมาเพื่อกล่าวว่า ใครที่มาอัมพวา ใครที่มาสมุทรสงครามแล้วไม่ได้นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม แห่งวัดบ้านแหลมเปรียบเสมือนมาไม่ถึง, ใครที่เอ่ยถึงอัมพวา หรือสมุทรสงครามแล้ว ไม่พูดถึงหลวงพ่อบ้านแหลม ก็เหมือนไม่รู้จักสมุทรสงคราม และคนสมุทรสงครามคนใดไม่เคยเห็นหลวงพ่อบ้านแหลม ก็เปรียบเสมือนลูกกำพร้าไม่เคยเห็นหน้าพ่อทัศนียภาพริมแม่น้ำแม่กลอง…นั่นเลยทีเดียว ดูอย่างเพลงมนต์รักแม่กลอง นี่สิ มาจีบสาวโดยแท้ ยังต้องให้สาวพาไปปิดทองงานวัดบ้านแหลม แล้ววัดบ้านแหลม คือวัดอะไร ที่ไหน อย่างไร เชิญบรรทัดถัดไปครับ…   วัดบ้านแหลม มีชื่อเป็นทางการว่า “วัดเพชรสมุทรวรวิหาร” เป็นอารามหลวง ชั้นวรวิหาร เดิมไม่ได้ชื่อวัดบ้านแหลม แต่ชื่อว่า “วัดศรีจำปา” สร้างขึ้นราวๆ รัชสมัยพระเจ้าปราสาททอง แห่งกรุงศรีอยุธยา  สาเหตุที่ชื่อวัดบ้านแหลมนั้น ตามตำนานเล่าว่า ประมาณ ปี ๒๓๐๗ ชาวบ้านแหลม เพชรบุรี ได้อพยพมาตั้งรกร้าง อยู่ที่ […]

0 comments
DSC_0245

ชมอุโบสถหินอ่อน ลอดโบสถ์ขอพร ณ วัดอินทาราม อัมพวา

ชมอุโบสถหินอ่อน ลอดโบสถ์ขอพร ณ วัดอินทาราม อัมพวา     วัดอินทาราม เป็นอีก 1 วัด ที่อยู่ในโปรแกรมล่องเรือเที่ยวอัมพวา (สามารถติดต่อได้ที่ตลาดน้ำยามเย็น) วัดแห่งนี้มีสิ่งปลูกอย่างเก่าแก่น่าศึกษาเรียนรู้มากมาย ที่สำคัญเห็นแล้วก็ต้องร้อง ว้าว! ว้าวด้วยความงามและเข้มขลัง วัดอินทาราม ตั้งอยู่ ต.เหมืองใหม่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2300 ก็ในสมัยอยุธยาโน่น…แต่มาปฏิสังขรณ์ใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3     วัดอินทาราม ประดิษฐานหลวงพ่อโตพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านนับถือบูชา อายุกว่า 300 ปี ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถหลังเก่า ส่วนหลวงพ่อโตอีกองค์นั้นประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถที่สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ซ้ำบานหน้าต่างและบานประตูยังเป็นไม้สักแกะสลักสวยงามอีกด้วย ภายใต้พระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปมากมาย และให้สาธุชนลอดโบสถ์เพื่อเป็นสิริมงคลอีกด้วย อีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเหมืองใหม่ศรัทธา คือ แม่ย่าศิริอัมพวัน ซึ่งมีอายุถึง 112 ปี   . . . *********  

0 comments

ทั้งหมด

.

 
ภาคเหนือ
 
20170204_091806

พระพุทธศรีสัพพัญญู สูงเท่าตึก 11 ชั้น ณ พุทธอุทยานนครสวรรค์ พร้อมเปิดให้สักการะแล้ว!!!

พระพุทธศรีสัพพัญญู สูงเท่าตึก 11 ชั้น ณ พุทธอุทยานนครสวรรค์ พร้อมเปิดให้สักการะแล้ว!!! ทุกครั้งที่ขับรถผ่านพุทธอุทยานนครสวรรค์ซึ่งกำลังสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ มีขนาดสูงเท่าตึก 11 ชั้น นามว่า “พระพุทธศรีสัพพัญญู” นั้น ก็พึมพำกับตัวเองเสมอว่า ‘เมื่อไหร่จะเสร็จให้เข้าไปสักการะบูชาบ้างหนอ เข้าไปมองใกล้ๆ คงจะสวยน่าชมทีเดียว’… ฉะนั้นวันนี้เมื่อเห็นป้ายข้างทางเขียนบอกว่า “เชิญสักการะพระพุทธรูปองค์ใหญ่ พระพุทธศรีสัพพัญญู” ผมจึงรีบเลี้ยวรถไปตามทางที่ลูกศรชี้ทันที   เมื่อไปถึง (วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560) บริเวณโดยรอบของพระพุทธศรีสัพพัญญู ยังคงก่อสร้าง และปรับพื้นที่อยู่ แต่องค์พระซึ่งมีขนาดหน้าตักกว้าง 9 วา (18 เมตร) และสูง 45 เมตร (เท่าตึก 11 ชั้น) นั้น สร้างเสร็จอย่างงดงามแล้ว ทั้งนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงพระราชทานอักษรพระนามาภิไธย “สธ” เพื่อประดิษฐานไว้ด้านหน้าพุทธบัลลังก์อีกด้วย พระพุทธศรีสัพพัญญู ได้รับการประดิษฐานบนอาคารหอพระ และฐานชุกชี ในวันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน […]

0 comments
DSC00487

นมัสการพระเจ้าแข้งคม ชมวัดศรีเกิด

นมัสการพระเจ้าแข้งคม ชมวัดศรีเกิด   ณ ถนนราชดำเนิน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่ตั้งของวัดศรีเกิด อีกหนึ่งวัดมงคลเก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่ มีฐานะเป็นพระอารามหลวง ตามตำนานเดิมมีชื่อว่า “วัดพิชาราม” มาเปลี่ยนเป็นวัดศรีเกิดในสมัยของพระเจ้ากาวิละ (พ.ศ.2339) เพราะมีต้นศรีมหาโพธิ์ ซึ่งได้พันธุ์มาจากต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ณ ประเทศอินเดีย ซึ่ง “ศรี” มาจากคำว่า “สะหลี” ในภาษาเหนือที่หมายถึงต้นโพธิ์ อายุของวัดศรีเกิด ไม่มีหลักฐานบันทึกแน่ชัด แต่คาดกันว่าน่าจะมีมาก่อนพญามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่ซะอีก ซึ่งนั่นก็กว่า 700 ปี เชียว วัดศรีเกิด เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่เก่าแก่และศักดิ์ ชื่อว่า “พระเจ้าแข้งคม”   เพราะหน้าแห่งขององค์พระพุทธรูป เป็นสันคม จึงมีชื่อว่า “พระเจ้าแข้งคม” เรียกกันง่ายๆ ตรงๆ พระเจ้าแข้งคม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะล้านนา ผสมศิลปะสมัยอู่ทอง และศิลปะแบบบายน ขนาดหน้าตักกว้าง 94 นิ้ว สูง 112 นิ้ว หนัก 3,960 […]

0 comments

ทั้งหมด

.

 
ภาคใต้
 
DSC_0922

ระลึกคำสอนพุทธทาสที่สวนโมกขพลาราม

  ระลึกคำสอนพุทธทาสที่สวนโมกขพลาราม จากป้ายแนะนำสถานที่ อธิบายถึงสวนโมกขพลาราม ไว้ว่า…ชื่อสวนโมกขพลาราม มีความหมายในทางพุทธธรรมว่า “สวนป่าแห่งความหลุดพ้นจากทุกข์” และบริเวณสำนักสงฆ์สวนโมกข์ หรือวัดธารน้ำไหลนี้มีต้นโมก และต้นพลาขึ้นเป็นจำนวนมาก สร้างขึ้นเมื่อวันวิสาขบูชา ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2475 โดยพระธรรมโกศาจารย์ พุทธทาสภิกขุ อินทปัญโญ เดิมตั้งที่ตระพังจิก หมู่บ้านพุมเรียง ต่อมาย้ายมาสร้างที่บริเวณเชิงเขาพุทธทอง มีเนื้อที่ประมาณ 375 ไร่ ลักษณะเด่นของวัดแห่งนี้ คือ ไม่มีโบสถ์เป็นสิ่งก่อสร้าง และทุกสิ่งในสวนล้วนมีความหมายในทางพุทธธรรมทั้งสิ้น   ปณิธาน 3 ของพุทธทาส ทุกคนพยายามเข้าถึงหัวใจแห่งศาสนาของตนๆ ทุกคนทำความเข้ใจหลักสำคัญระหว่างศาสนา ทุกคนเปลื้องตนจากอำนาจของวัตถุ . . . .

0 comments
DSC_0883

พระบรมธาตุไชยา พระธาตุ 1,200 ปี ปูชนียสถานศรีวิชัย ที่สมบูรณ์ที่สุด

  พระบรมธาตุไชยา เป็นปูชนียสถานที่สำคัญ และศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดสุราษฏร์ธานี ซึ่งมีอายุเก่าแก่ ราว 1,200 ปี ตั้งอยู่ ต.เวียง อ.ไชยา ณ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร พระบรมธาตุไชยา สร้างขึ้นแบบลัทธิมหายาน ครั้งอาณาจักรศรีวิชัย เป็นตัวแทนของศิลปะสมัยศรีวิชัยที่หาดูได้ยาก   พระบรมธาตุไชยา เป็นเจดีย์ทรงปราสาทลักษณะสถาปัตยกรรมแบบศรีวิชัย ซึ่งเป็นองค์เดียวที่ยังอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ 13 – 14 แต่ไม่ปรากฏประวัติการสร้างและผู้สร้าง ลักษณะเดิมเป็นอิฐเผาไฟแกร่ง ไม่สอปูน แต่ใช้อิฐป่นละเอียดผสมกับกาวเป็นบายสอ และขัดให้เรียบร้อยและสลักลายลงบนเนื้ออิฐ ส่วนฐานอยู่ต่ำกว่าผิวดินปัจจุบัน ซึ่งได้ขุดบริเวณรอบฐานเป็นสระมีน้ำขังอยู่ตลอดปี เนื่องจากมีตาน้ำพุขึ้นมาซึ่งถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์สำหรับใช้ทำพิธีกรรมต่างๆ ที่สำคัญของบ้านเมือง องค์พระบรมธาตุได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่องเสมอมา โดยทำการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5   องค์พระธาตุไชยา สูง 24 เมตร ฐานสี่เหลี่ยม ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ รององค์พระธาตุมีพระเจดีย์องค์เล็กๆ 4 ทิศ ล้อมรอบด้วยวิหารคต ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ขนาดต่างๆ โดยรอบทั้ง 4 ด้าน ใน วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร มีสิ่งสำคัญมากมาย […]

0 comments

ทั้งหมด

.

 
ภาคตะวันออก
 
20161016_160248

วัดสมานรัตนาราม สมหวังกับการขอพรพระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข สนุกกับรูปเหมือนเหล่าฮีโร่

  วัดสมานรัตนาราม สมหวังกับการขอพรพระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข สนุกกับรูปเหมือนเหล่าฮีโร่   สายวันาอทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม 2559 มีภารกิจขับรถพาคนข้างกายไปวัดโสธรวรารามวรวิหารเพื่อแก้บน ด้วยไข่ต้ม 200 ฟอง ฉะนั้นเมื่อแก้บนและสักการะหลวงพ่อโสธรเพื่อเสริมความสิริมงคลแล้วจึงถือโอกาสพาครอบครัวไปไหว้พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข ที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์มากๆ ณ วัดสมานรัตนาราม ต่อกันเลย ซึ่งก็ไม่ไกลจากวัดโสธรเท่าไหร่นัก หากรถไม่ติด ขับรถสบายๆ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึงที่หมายแล้ว แต่ทว่า วันที่ที่ผมไปเป็นวันอาทิตย์ ฉะนั้นกว่าจะถึงวัดสมานฯ ก็ใช้เวลาไปเป็นชั่วโมง แถมวนหาที่จอดรถจนเหนื่อยใจ คนแน่นมากๆ ด้วยวัดสมานฯ มีผู้คนหลั่งไหลเข้าไปมาก ฉะนั้นหากท่านใดไป แนะนำว่า จอดรถไว้ยังลานจอดนอกวัดดีกว่าครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะเดินไกล เพราะทางวัดมีบริการรถสองแถว รับ ส่ง ฟรี! ดีกว่าเข้าไปขับวนหาที่จอดภายในวัดเป็นไหนๆ การเดินทางไปวัดสมานฯ หากเริ่มต้นจากวัดโสสธรฯ ก็เลี้ยวซ้ายที่ถนนสุวินทวงศ์ แต่หากมาจาก กทม. ก็เลี้ยวขวาที่ถนนสุวินทวงศ์ครับ – ถนนสุวินทวงศ์ คือ ถนนหมายเลข 365 จากแยกนี้ขับตรงไปอีกประมาณ 16 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางน้ำเปรี้ยว […]

0 comments
DSC_0597

ไหว้พระเหลือง วัดถ้ำจักรพงษ์ ชมภาพมุมสูงที่เกาะสีชัง

  ไหว้พระเหลือง วัดถ้ำจักรพงษ์ ชมภาพมุมสูงที่เกาะสีชัง   กล่าวถึงเกาะสีชัง ไม่ต้องบรรยาให้บ้างความละครับเรื่องความงาม ใครๆ ก็อยากไป ที่เกาะสีชังนี้ หากนั่งเรือจากแผ่นดินใหญ่ไป เราจะเห็นพระพุทธรูปสีเหลืองบนเขาได้เมื่อเข้าใกล้ฝั่ง นั่นคือ “พระเหลือง” แห่งวัดถ้ำจักรพงษ์ พระพุทธรูปอันเป็นที่เคารพศรัทธาของชางเกาะสีชัง ฉะนั้นเมื่อไปเยือนสีชัง นอกจากเก็บเกี่ยวความงาม และเงียบสงบแล้ว ก็ขอแนะนำไปเที่ยวชมวัดถ้ำจักรพงษ์ พร้อมนมัสการพระเหลืองกันครับ   ภายในวัดถ้ำจักรพงษ์ มีถ้ำเล็กๆ ประดิษฐานพระพุทธรูป บนยอดเขาประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งมีจารึก ระบุว่า… ‘พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 ได้ทรงอาราธนาประดิษฐานรอยพระพุทธบาทไว้ ณ ที่นี้ ตามตำนานโบราณคดี กล่าวว่า สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้อัญเชิญมาจากวัดพุทธคะยาในประเทศอินเดีย และได้ทรงสันนิษฐานไว้ว่ารอยนี้มีอนู่ก่อน พ.ศ. 500 ราวรัชสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช’ …นอกจากนี้ วิวจากยอดเขา ณ จุดพระพุทธบาทจำลอง มองลงไป สวยงามมากๆ ขอบอก     *********  

0 comments

ทั้งหมด

.

 
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
tha01

หลวงพ่อพระใหญ่ วัดท่าไคร้ พระพุทธรูปองค์สำคัญของจังหวัดบึงกาฬ

  เรื่องและภาพ โดย Sattha photography   หลวงพ่อพระใหญ่ วัดท่าไคร้ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า วัดโพธาราม หรือที่รู้จักกันในชื่อวัดท่าไคร้ เป็นพระพุทธรูปองค์สำคัญของจังหวัดบึงกาฬ องค์หลวงพ่อพระใหญ่ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย  โบกฉาบด้วยปูน องค์หลวงพ่อมีขนาด หน้าตักกว้าง 2 เมตร  จากฐานถึงยอดพระเกตุสูง 2.10 เมตร ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ ผู้ชายเข้าไปภายในได้ ส่วนผู้หญิงสามารถเดินขึ้นบันไดพระอุโบสถไปหน้าประตูได้ แต่ไม่อนุญาตให้เข้าไปภายในพระอุโบสถ อย่างไรก็ตาม ทางวัดดำเนินการจัดสร้างองค์จำลองให้สามารถกราบไหว้ได้ใกล้ชิด เพราะถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองประจำจังหวัดบึงกาฬ . . .  

0 comments
DSC_0175

วัดมหาธาตุเจติยาราม แลนด์มาร์กทะเลบัวแดง อุดรธานี

    ใครที่มีโอกาสล่องเรือ ชมทะเลบัวแดงที่หนองหาน กุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ย่อมเห็นเจดีย์ยอดแหลมสีทอง ซึ่งค้างการก่อสร้างอยู่ไกลๆ แม้จะสร้างไม่เสร็จ แต่ก็เป็นฉากหลังขับความงามของทิวแถวสีแดงของทะเลบัวแดงได้เป็นอย่างดี เชื่อว่า ใครที่ได้เห็นย่อมคิดคล้ายกัน คือ หากสร้างเสร็จคงงามมากกว่านี้ เที่ยววัดไทย หน้านี้จึงขอพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับเจดีย์ ที่ถือเป็นแลนด์มาร์กของทะเลบัวแดงกันครับ เจดีย์นี้ตั้งอยู่ที่วัดมหาธาตุเจติยาราม (วัดโนนธาตุ) ถูกสร้างมากว่า 10 ปีแล้ว ขณะที่ผมไปนั้นทางวัดมีการก่อสร้างปรับปรุงอยู่หลายจุด (20 มกราคม 2559) จึงไม่ได้เข้าไปถ่ายภาพภายในตัววัด แต่ได้ค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ต พบภาพบางส่วนของญาติโยมที่เข้าไปทำบุญภายในวัด จึงได้ถือวิสาสะก็อปปี้ภาพเหล่านั้นมาลงในพื้นที่แห่งนี้ (ชื่อเจ้าของภาพอยู่ในภาพ) ซึ่งภาพกิจกรรมมีทั้งการทำบุญทอดกฐินร่วมสร้างเจดีย์ ตลอดจนสักการะสิ่งศักดิ์ภายในวัด อันได้แก่ หลวงปู่ขาว ปู่ฦาษี ปู่นาค   กล่าวถึงปู่นาค ก็ให้คิดถึงฝีมือการสานพญานาคของชาวบ้านแถบนี้ เขาทำด้วยใบตองสวยงามมากครับ ขอกล่าวถึงทะเลบัวแดงสักเล็กน้อย – ทะเลบัวแดง ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มียอดนักท่องเที่ยวสูง ซึ่งการจะชมทะเลบัวแดง ต้องเช่าเรือ นั่งไปชมกลางหนอง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไปออเข้าคิวกันที่ท่าเรือบ้านเดียมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งบางครั้งต้องรอนานเป็นชั่วโมง จึงขอแนะนำว่า ปัจจุบันมีท่าเรือบริการท่องเที่ยวถึง 6 จุด ลองติดต่อสอบถาม […]

0 comments

ทั้งหมด

.

 
ภาคตะวันตก
 

Posts not found

ทั้งหมด

.