วัดชมภูเวก ไหว้พระ ชมอารยธรรมมอญ กลางเมืองนนท์

loading...

 

ในจังหวัดนนทบุรี เราจะเห็นว่าอวลด้วยวัฒนธรรมชาวมอญ โดยเฉพาะ “วัด” ซึ่งสาเหตุที่นนทบุรี มีวัฒนธรรมมอญอยู่ทั่วทั้งในอาหาร ความเชื่อ สถาปัตยกรรม เพราะในอดีตนั้นมอญ ซึ่งมีประเทศอยู่ทางตอนใต้ของพม่า ถูกพม่ารุกรานอย่างหนัก การย้ายถิ่นเกิดตั้งแต่ พ.ศ. 2082 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา กระทั่งถึง พ.ศ.2357 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 รวมแล้ว 9 ครั้งด้วยกัน โดยเฉพาะที่จังหวัดนนทบุรี ย้ายมาถึง 2 ครั้งด้วยกัน คือ พ.ศ.2316 และ พ.ศ. 2357

ด้วย มอญ เป็นชนชาติเก่าแก่ที่สุดชนชาติหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สั่งสมอารยธรรมด้านศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี อักษรศาสตร์ สถาปัตยกรรม กฎหมาย ดนตรี และนาฏศิลป์ มาช้านาน เมื่อย้ายถิ่นความรู้เหล่านี้ย่อมติดตัวมาด้วย จึงไม่แปลกที่เราจะพบเห็นวัฒนธรรมชาวมอญอบอวลอยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี และสถานที่ที่บรรจุวัฒนธรรมมอญไว้มากที่สุด หากไม่นับชุมชนเกาะเกร็ด ก็ต้องยกให้ “วัด”

วัดชมภูเวก ก็เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมมอญ ป้ายข้อมูลในวัดระบุว่า

วัดนี้สร้างขึ้นโดยชาวมอญ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2225 – 2300) *จากเอกสารอ้างอิงหนังสือเมืองโบราณ วัดชมภูเวกตั้งอยู่บนเนินสูงที่มีวคามเงียบวงบ จึงเรียกว่า “วัดชมภูวิเวก” ต่อมาคำว่า “วิ” หายไป จึงเรียกกันว่า “วัดชมภูเวก” ภายในวัดมีศาสนสถานที่สำคัญ ได้แก่ “พระมุเตา” ภาษาไทยเรียกว่า “เจดีย์” สร้างโดยชาวมอญ ที่อพยพมาจากเมืองมอญ และเป็นสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาของชาวมอญ พระมุเตาสร้างเพื่อบรรจุพระเกศาธาตุ

          สำหรับอุโบสถ (หลังเก่า) มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยฝีมือสกุลช่างนนทบุรี สมัยอายุธยาตอนกลางโดยเฉพาะภาพ “แม่พระธรณีบีบมวยผม” ที่งามที่สุดในโลก นอกจากนี้คนมอญถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ทำพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลขลังยิ่งนัก *ข้อมูลบันทึกของอาจารย์อาภรณ์ ณ สงขลา ผู้เชี่ยวชาญ กรมศิลปากร

 

ตอนหนึ่งในบทความ “ชุมชนมอญในประเทศไทย – มอญปากเกร็ด จ.นนทบุรี” โดย องค์ บรรจุน ซึ่งเผยแพร่ผ่าน คลังเอกสารสาธารณะ http://www.openbase.in.th ระบุว่า

การอพยพของ ชาวมอญ เท่าที่มีการจดบันทึกเอาไว้รวมทั้งสิ้น 9 ครั้ง เมื่อเข้ามายังพระราชอาณาจักร ก็ได้รับการยอมรับจากสังคมไทย ซึ่งไม่ได้มองว่ามอญเป็นชาวต่างชาติ โดยมีพระราชกำหนดสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ เมื่อ พ.ศ.2306 ที่ให้ถือว่าชาวมอญเป็นพลเมืองที่มีสิทธิเท่าเทียมคนไทย ชาวมอญจึงถูกหล่อหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวบนแผ่นดินไทย เช่น กรณีเจ้าแม่วัดดุสิต หรือหม่อมเจ้าหญิงอำไพ ราชธิดาของสมเด็จพระเอกาทศรถ ซึ่งสมรสกับขุนนางผู้สืบตระกูลมาจากนายทหารมอญที่ติดตามสมเด็จพระนเรศวร มหาราชเข้ามา บุตรของเจ้าแม่วัดดุสิตคือเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน)  ผู้เป็นบรรพบุรุษของพระปฐมบรมราชชนกในจักรีวงศ์…

 

สำหรับประวัติสร้างวัดนั้น ภายในวัดเล่าควบคู่ไปกับประวัติท่านพ่อปู่ชม ดังนี้

 

ประวัติท่านพ่อปู่ชม

พ่อท่านชื่อ ศรี, แม่ท่านชื่อ แม่เมื้อยเมือง, ภรรยาท่านชื่อ ภู และมีลูกสาว 1 คน ชื่อ วิ และมีลูกชาย 1 คน ชื่อ เวก ได้เดินทางกันมาเป็นคณะ จาก กรุงศรีอยุธยา

ได้มาตั้งอยู่แถวท่าทรายเป็นคณะมอญรุ่นแรก และคณะของท่านได้สร้างวัดไว้หลายวัดด้วยกัน เช่น วัดปก, วัดสนาม, วัดถะโมก

และวัดศรีชมภูวิเวก แต่ละวัดถึงกาลเวลาก็สูญไปหมดแล้วเหลือแต่วัด ชมภูเวก วัดเดียว เท่านั้น

 

หากยึดตามประวัติท่านพ่อปู่ชม ชื่อวัดแห่งีน้อาจจะมาจากชื่อครอบครัวท่านก็เป็นได้อยู่

 

 

*********

Comments

comments