วัดโสธรวรารามวรวิหาร – นมัสการหลวงพ่อโสธร 1 ในตำนานหลวงพ่อลอยน้ำ

loading...

เมื่อวันที่ 12 กรกฏาคม 2558 ขณะที่หลายๆ คนในทั่วทุกภูมิภาคของไทย มีนัดกันที่สถานศึกษาต่างๆ ทั้งโรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย ฯลฯ เพื่อสอบ ก.พ. แต่ผมมีนัดกับเพื่อนรุ่นลุง ไปวัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อแก้บนกับ หลวงพ่อโสธร 1 ในตำนานหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ ลอยน้ำ

 

กล่าวสำหรับวัดโสธรวรารามวรวิหาร นั้นเขาว่า เดิมชื่อว่า วัดหงษ์ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพราะมีหงส์ทำด้วยทองเหลืองอยู่บนยอดเสา ต่อมาหงส์ที่ยอดเสาหักตกลงมาเสียชำรุด ทางวัดจึงเอาธงไปติดไว้แทน แล้วเรียกชื่อวัดเสียใหม่เป็นวัดเสาธง หลังจากนั้นก็เกิดมีพายุพัดเสาหักลงส่วนหนึ่งอีก จึงได้ชื่อว่าวัดเสาทอน สุดท้ายเพี้ยนเป็น “วัดโสธร”

 

ประตูหน้า ทางเข้าพระอุโบสถ
ประตูหน้า ทางเข้าพระอุโบสถ

สำหรับหลวงพ่อโสธร หรือในชื่อทางการว่า “พระพุทธโสธร” นั้น ตำนานที่เล่าสืบกันมา บอกว่า ท่านเป็น 1 ใน 3 พระพุทธรูปลอยน้ำ (หรือพระพุทธรูปลอยน้ำ 3 พี่น้อง) ประกอบด้วย 1. หลวงพ่อวัดบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม 2. หลวงพ่อโต วัดบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และ 3 หลวงพ่อโสธร…วันหนึ่งจู่ๆ พระพุทธรูปทั้ง 3 ได้ลอยมายังท่าน้ำย่านฉะเชิงเทราพร้อมกัน ชาวบ้านพบเข้าจึงช่วยกันดึง แต่กระนั้นก็ไม่สามารถนำขึ้นมาได้ แม้จะใช้กำลังคนถึง 500 คนก็ตาม ดึงทีไรเชือกก็ขาดทุกที จนถอดใจ ปล่อยให้พระพุทธรูปทั้ง 3 จมหายไปอีกครั้ง คราวนี้ ชาวบ้านได้เห็นหลวงพ่อโสธรขึ้นลอยน้ำที่ท่าน้ำวัดโสธร จึงให้พ่อหมอที่มีวิชาอาคม มาทำพิธีอัญเชิญ จึงสำเร็จ

หลวงพ่อโสธรจำลอง
หลวงพ่อโสธรจำลอง

เมื่อมาถึง ผมพบว่า หลวงพ่อโสธรมีขนาดใหญ่มาก ไม่น่าจะลอยน้ำมาได้ จึงเกิดความสงสัย สุดท้ายก็ได้รับความกระจ่าง เมื่อได้อ่านข้อมูลของวัด ซึ่งบอกไว้ดังนี้…“พระพุทธโสธรลอยตามแม่น้ำบางปะกง และผุดขึ้นที่บริเวณหน้าเมืองฉะเชิงเทรา ชาวบ้านได้ประกอบพิธีอัญเชิญขึ้นฝั่ง แล้วนำมาประดิษฐานที่อุโบสถวัดโสธร เรียกกันว่า ‘หลวงพ่อโสธร’ พระพุทธโสธรเป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองสำริดอย่างงดงาม ปางสมาธิหน้าตักกว้างศอกเศษ แต่สันนิษฐานว่า ประมาณ พ.ศ. 2313 อันเป็นสมัยต้นกรุงธนบุรี พระสงฆ์ในวัดเกรงว่าจะมีผู้มาขโมยไป จึงให้ชาวบ้านล้านนานำปูนมาพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้ภายใน จนมีพุทธลักษณะดังที่ปรากฏในปัจจุบัน คือ เป็นพระพุทธปฏิมากร ปางสมาธิ ลงรักปิดทองพระวรกายแบบเทวรูป พระพักตร์แบบศิลปะล้านนา พระเกตุมาลาแบบปลี ข้อพระกรขวามีกำไลรัดตรึงทรงจีวรแนบเนื้อ มีความกว้างของพระมาลา 3 ศอก 5 นิ้ว สูง 1.93 เมตร ประทับอยู่เหนือรัตนบัลลังก์ 4 ชั้น ซึ่งปูลาดด้วยผ้าทิพย์ อันมีความหายถึงการอยู่สูงสุด เป็นพุทธเหนืออริยบุคคล 4 คือ พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี และพระหรหันต์ ประดิษฐานบนแท่นฐานชุกชี รายล้อมด้วยพระพุทธรูปปางอื่นอีก 12 องค์ ด้วยอภินิหารความศักดิ์สิทธิ์ ประชาชนทุกสารทิศจึงได้หลั่งไหลเดินทางมานมัสการกันอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด และช่วงเทศกาลแห่หลวงพ่อพระพุทธโสธร ซึ่งจัดขึ้นทุกปี ปีละ 3 ครั้ง ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ช่วงกลางเดือนห้า และช่วงกลางเดือนสิบสอง ตรงกับวันลอยกระทง ซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีของวัด”

หลวงพ่อโสธรองค์จริงอยู่ภายในองค์กลาง ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถหลังใหม่
หลวงพ่อโสธรองค์จริงอยู่ภายในองค์กลาง ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถหลังใหม่

 

ไม่ว่าตำนานของหลวงพ่อโสธร จะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านนั้นเป็นที่นับถือของผู้คนมาก อย่างวันนี้ วันที่ผมติดตามสหายต่างวัยไปแก้บนนั้น ภาพผู้คนมืดฟ้ามัวดิน ที่ต่างหิ้วไข่ไก่ต้ม 9 ฟองบ้าง 30 ฟองบ้าง 3 แผงบ้าง 10 แผงบ้าง ตามแต่กำลังทรัพย์ และความสำเร็จของการบนบาน มาถวาย ก็ถึงกับต้องยืนตกตะลึงงันไปเกือบนาที

 

เมื่อหายตะลึง ผมจึงหยอกสหายว่า “น่ากลัวหลวงพ่อ จะเส้นเลือดอุดตัน เพราะคอเลสเตอรอล เข้าสักวัน”

 

หัวหมูแก้บน
หัวหมูแก้บน

 

 

ไข่ต้มแก้บน
ไข่ต้มแก้บน

 

“ทำเป็นเล่น ระดับนี้แล้ว ไม่มีโรคภัยหรอก ใครๆ ก็บนไข่ต้มกันทั้งนั้น” เพื่อนว่า พร้อมชี้ให้ผมดู แผงขายไข่ และรับบริการต้มไข่ให้ชาวบ้านหน้าวัด ที่เปิดกันมากมาย

 

นอกจากไข่ไก่ต้มแล้ว มีบางรายหิ้วหัวหมูต้มมาด้วยเหมือนกัน

 

พ้นจากของกิน ก็มีละครรำ กิจกรรมนี้มีบริการที่วัด สามารถติดต่อสอบถามกันได้ ป้ายราคาก็ติดไว้ชัดเจน

 

ผู้คนแน่นขนัด
ผู้คนแน่นขนัด

 

ผู้คนแน่นขนัด
ผู้คนแน่นขนัด
แผงขายไขาไก่ต้มหน้าวัด
แผงขายไขาไก่ต้มหน้าวัด

เรื่องป้ายราคา ผมสังเกตเห็น เหนือตู้รับบริจาค เป็นต้องมีป้ายเตือนกำกับไว้ว่า “ใส่ตู้บริจาคด้วยมือท่านเอง” ไม่เว้นแม้แต่ค่าเช่าวัตถุมงคล – เห็นคำเตือนแล้ว ก็ฉุกคิดได้ว่า นอกจากทางวัดจะแก้ปัญหาการฉ้อฉลแล้ว ยังเป็นการป้องกันไม่ให้พนักงานทำบาปอีกด้วย เพราะไม่รับเงินโดยตรง

 

90 เปอร์เซ็นต์ ของคนที่มาวัดโสธร เป็นต้องแวะไปที่วิหาร (อยู่ทางด้านข้างของพระอุโบสถ หลังใหม่) ซึ่งประดิษฐานพระพุทธโสธรจำลอง เท่าที่เห็นผมขอเรียกว่า สถานที่แก้บน เพราะที่แห่งนี้เต็มไปด้วยไข่ไก่ต้ม, ดอกไม้, ควันธูป, เสียงละคร, รูปเคารพทั้งสัตว์ศักดิ์, องค์พ่อแก่, แผงเช่าพระ, ร้านค้า เป็นต้น

พ่อแก่ฤาษี
พ่อแก่ฤาษี
เสือศักดิ์สิทธิ์
เสือศักดิ์สิทธิ์

 

ส่วนหลวงพ่อโสธรองค์จริงนั้น ประดิษฐานอย่างสง่า และงดงาม ไร้สิ่งแปลกปลอม อยู่ในวิหารหลังใหม่ สำหรับวิหารหลังใหม่นี้ ข้อมูลจาก Wikipedia ระบุว่า

            แต่เดิม หลวงพ่อพุทธโสธรประทับอยู่ในโบสถ์หลังเก่าที่มีขนาดเล็ก รวมกับพระพุทธรูปอื่นๆ 18 องค์ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จราชดำเนินมาที่วัดแห่งนี้ มีพระราชปรารภเรื่องความคับแคบของพระอุโบสถเดิม พระพรหมคุณาภรณ์(จริปุณโญ ด. เจียม กุลละวณิชย์) อดีตเจ้าอาวาสจึงได้รวบรวมเงินบริจาคเพื่อจัดซื้อที่ดินสำหรับสร้างพระอุโบสถหลังใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานการสร้าง และทรงเป็นผู้กำกับดูแลงานสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนิน ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อ พ.ศ. 2531 และทรงประกอบพิธียกยอดฉัตรทองคำ น้ำหนัก 77 กิโลกรัม ประดิษฐานเหนือยอดมณฑป เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2539 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จมาทรงตัดหวายลูกนิมิต เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2549

การก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ สร้างขึ้นครอบพระอุโบสถหลังเดิม โดยใช้เทคนิควิศวกรรมสมัยใหม่ โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายองค์หลวงพ่อพุทธโสธร และพระพุทธรูปทั้ง 18 องค์

ศิลปะภายในพระอุโบสถหลวงพ่อพุทธโสธร ประกอบด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังโดยรอบนับตั้งแต่พื้นพระอุโบสถ เสา ผนัง และเพดานจะบรรจุเรื่องราวให้เป็นแดนแห่งทิพย์ เป็นเรื่องราวของสีทันดรมหาสมุทร จตุโลกบาล สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พรหมโลก ดวงดาว และจักรวาล โดยตำแหน่งของดวงดาวบนเพดาน กำหนดตำแหน่งตรงกับวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2539 ณ เวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพิธียกยอดฉัตรทองคำ

พระโสธรองค์จริง ภายใต้องค์เคลือบ (ตรงกลาง)
พระโสธรองค์จริง ภายใต้องค์เคลือบ (ตรงกลาง)

 

ปัญหาหนักอย่างหนึ่ง ของการมาวัด คือ หลังจากที่เราถอดรองเท้าแล้ววางไว้ก่อนเข้าวิหาร หรือโบสถ์ เมื่อออกมาจะพบว่า หาย!  แต่ปัญหานี้จะไม่เกิดกับ พระอุโบสถของวัดโสธร เนื่องจากมีระบบรับฝาก มีบัตรระบุเลข ของใครของมัน ไม่หลงคู่เป็นแน่

 

พระอุโบสถ งดงาม
พระอุโบสถ งดงาม

หลังพระอุโบสถ เป็นแม่น้ำบางปะกง ซึ่งทางวัดปรับภูมิทัศน์เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม ขณะเดินไปยังจุดนี้ ผมสังเกตเห็นกลุ่มคนทำลับๆ ล่อๆ คล้ายการเสนอขายอะไรบางอย่าง จึงยืนนิ่ง แอบมอง แอบฟัง โดยตีซื่อยกกล้องถ่ายภาพ บันทึกภาพต่างๆ นานาไป สักครู่ก็จับต้นชนปลายได้ เขาเป็นกลุ่มคนที่นำปลา มาเสนอขายให้คนที่มาวัด ซื้อไปปล่อย เพื่อสร้างกุศล และสาเหตุที่ทำลับๆ ล่อๆ ก็น่าจะมาจาก ทางวัดไม่อนุญาตให้จำหน่ายนั่นเอง…วิธีการของคนขาย คือ ยืนเสนอขาย เมื่อลูกค้าตกลง ก็จะรีบบึ่งจักรยานยนต์ ขับไปหิ้วถุงปลาจากนอกวัดมาให้ทันที

 

ป้ายบอกไปจุดชมวิว
ป้ายบอกไปจุดชมวิว
วิวริมน้ำบางปะกง
วิวริมน้ำบางปะกง
วิวริมน้ำบางปะกง
วิวริมน้ำบางปะกง

 

กล่าวสำหรับการซื้อปลาไปปล่อยในท่าน้ำวัดแล้ว ผมคนหนึ่งละไม่เห็นด้วย เพราะมีหลายกรณีที่ไม่ควรสนับสนุน คือ 1. ปล่อยแล้วเดี๋ยวลูกแม่ค้าก็จับมาใส่ถุงขายอีก 2. ปลาบางชนิดไม่เหมาะกับน้ำลึก น้ำไหล อย่างปลาช่อน ปลาดุก เนี่ย เห็นหลายวัดละ ตายเกลื่อน

 

นอกจากวิวท่าน้ำอันร่มรื่นแล้ว ใกล้ๆ กันยังมี โรงเจ และศาลเจ้า อีกด้วย พี่น้องเชื้อสายจีน สามารถเข้าไปสักการะข้อพรเทพเจ้าต่างๆ ได้เช่นกัน

 

โรงเจ
โรงเจ
ภายในศาลเจ้า
ภายในศาลเจ้า
ภายในศาลเจ้า
ภายในศาลเจ้า
เจ้าแม่กิมบ๋อเนี๊ย
เจ้าแม่กิมบ๋อเนี๊ย

*********

บทความนี้คุณคิดว่าควรได้กี่ดาว (รบกวนให้คะแนนดาว ใต้แผนที่

Comments

comments