กราบหลวงพ่อทันใจ ณ วัดหม้อคำตวง ศูนย์กลางโหรศาสตร์แห่งเมืองเชียงใหม่

loading...

ชื่อวัดหม้อคำตวง

กราบหลวงพ่อทันใจ ณ วัดหม้อคำตวง ศูนย์กลางโหรศาสตร์แห่งเมืองเชียงใหม่

 

วัดหม้อคำตวง เป็นวัดนามใงคลอีกแห่งหนึ่งของ จ.เชียงใหม่ ผู้อ่านอาจสงสัยว่า “หม้อ” จะไปมงคลอะไร ครับ ลำพังคำว่าหม้อไม่ค่อยมีอะไรพิเศษถึงขั้นมงคลหรอกครับ แต่เพราะมีคำว่า “คำ” นี่แหละ ที่เป็นมงคล นั่นเพราะ “คำ” ในภาษาล้านนา แปลว่า “ทอง” ไอ้ที่ภาษาไทยเรียกว่า “ทองคำ” จึงเหมือนการเรียกคำซ้ำ 2 คำ ฉะนั้น ความมหายโดยรวมของวักหม้คำตวง จึงหมายถึง “หม้อทองคำสำหรับตวงเงินตวงทอง” นั่นเอง – ทีนี้มงคลหรือยังครับ

เอาละ วัดม้อคำตวง ไม่ได้มีเพียงชื่อที่เป็นมงคล แต่ยังมีพระพุทธรูปศักดิ์ อันเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านอยู่ด้วย นั่นคือ “หลวงพ่อทันใจ”

หลวงพ่อทันใจนี่ ปัจจุบันไปไหนมาไหน มักคุ้นชื่อนี้ เพราะมีหลายวัดสร้างหลวงพ่อทันใจให้ผู้คนสักการะบูชา โดยทั่วไปหลักการสร้างหลวงพ่อทันใจนั้น มีอยู่ว่าต้องร่วมมือร่วมใจกันทั้งชาวบ้าน และวัด สร้างให้เสร็จภายในวันเดียว จึงเรียกหลวงพ่อทันใจ

DSC00084

61

 

สำหรับหลวงพ่อทันใจของวัดหม้อตวงคำนั้น ขอยกประวัติจาเว็บไซต์วัด http://mkt-cm.com/history  มาดังนี้…

…พระพุทธรูปทันใจ ( พระเจ้าทันใจ ) มีทั้งหมด 3 องค์ เป็นพระที่มีลักษณะงดงามมากตามศิลปะอันเก่าแก่ ปางมารวิชัย องค์พระหุ้มด้วยทองคำ องค์ใหญ่หน้าตักกว้าง 4 นิ้ว สูงจากฐานล่างถึงยอดโมลี 12 นิ้ว องค์กลางหน้าตักกว้าง 3 นิ้ว สูงจากฐานล่างถึงยอดโมลี 7.5 นิ้ว เป็นพระเก่าแก่ มีอายุราว 700 ปี ศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้ใดได้มากราบไหว้สักการบูชา แล้วปรารถนาสิ่งหนึ่งประการใด อันไม่ผิดจากธรรมนองครองธรรม จะสมปรารถนาทันอกทันใจทุกอย่าง

พระพุทธรูปทันใจทั้ง 3 องค์นี้ ได้จากหนองน้ำ โดยมีหญิงหม้ายคนหนึ่งไม่ปรากฏชื่อ อาศัยอยู่ในเขตเมืองแหนน ปัจจุบันนี้คงจะเป็นเวียงแหงในเขตอำเภอเชียงดาว เธอได้ตกยอหาปลาที่หนองน้ำไม่ไกลจากหมู่บ้านนักซึ่งเป็นหนองน้ำที่เกิดตามธรรมชาติใหญ่พอสมควร พอเธอทิ้งยอลงไปในแม่น้ำนานสมควรจนคิดว่าปลาคงจะเข้ามาในยอเธอแล้ว จึงยกยอขึ้นมาปรากฏว่าไม่มีปลาเลยสักตัวเดียว มีแต่พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ติดขึ้นมา เธอจึงจับพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์นี้ทิ้งลงหนองน้ำไป แล้วย้ายไปตกยอที่มุมอื่นของหนองน้ำต่อไป เธอตกยออยู่นานพอสมควร เสร็จแล้วจึงยกยอขึ้นมา ก็ได้พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ขึ้นมาอีก เธอก็เอาทิ้งลงไปอีก แล้วก็ย้ายไปตกยอที่มุมอื่นของหนองน้ำ เมื่อยกยอขึ้นมาก็ได้พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์นี้ขึ้นมาอีก เธอทำอย่างนี้ถึง 3 ครั้ง 3 ครา ก็เลยคิดได้ว่า เจ้าที่เจ้าทางเทวดาที่รักษาหนองน้ำนี้คงอยากจะให้เราเป็นเจ้าของพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์นี้ เธอก็เลยอาราธนานำกลับมาที่บ้าน ครั้นจะนำไปไว้บนบ้าน ก็กลัวเป็นลางไม่ดี จึงได้นำพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ไปวางไว้ที่มุมรั้วของบ้าน ( แจ่งฮั้ว ) เสร็จแล้วก็ไปทำธุระอย่างอื่น ไม่ได้สนใจพระพุทธรูปอีกเลย ( เธอลืมไปอย่างสนิท )

พอตกกลางคืน พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ก็เปล่งฉัพพรรณรังสี สว่างไสวเรื่อเรืองขึ้น ทั่วบริเวณบ้านของเธอ เธอเห็นเช่นนั้น ก็เกิดความปีติยินดีขนลุกขนพองซู่ซ่าทั่วร่างกาย พร้อมกับได้บ่นพึมพำออกจากปากเธอว่า โอ ! น่าอัศจรรย์จริงหนอ พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์นี้คงเป็นพระศักดิ์สิทธิ์แน่ ๆ เธอจึงอาราธนายกขึ้นไว้บนบ้าน จัดไว้ที่สูงพอสมควร

พอรุ่งขึ้นอีกวันหญิงหม้ายผู้นั้นก็ได้ไปบอกแก่ญาติพี่น้องและชักชวนมาร่วมอบรมสมโภชพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ที่ได้มาใหม่ และขอให้ทุกคนไปหาอัฐบริขารสิ่งของต่าง ๆ ที่เห็นสมควรจะนำมาเป็นเครื่องสักการบูชา เป็นต้น ว่าผลไม้ชนิดต่าง ๆ ธูปเทียน ดอกไม้นานาชนิด น้ำผึ้ง น้ำอ้อย เพื่อให้เสร็จภายในวันเดียว เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง หาอะไรก็ได้หมด ผลหมากรากไม้บางชนิด ไม่น่าจะมีในฤดูนั้น แต่ก็หาได้ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องเลยได้ทันอกทันใจทุกอย่าง งานอบรมสมโภชก็เสร็จสิ้นภายในวันนั้น และก็เลยพากันตั้งชื่อพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ว่า “ พระพุทธรูปทันใจ ” ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

พระพุทธรูปทันใจทั้ง 3 องค์นี้ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดหม้อคำตวง เมื่อสมัยก่อนเจ้าเมืองเชียงใหม่ ได้ไปตีเมืองแหง เมืองแหนนเมืองต๋วน เมืองหาง โดยได้กวาดต้อนเอาผู้คนเข้ามาอยู่ในเมืองเชียงใหม่ เจ้าของพระพุทธรูปก็ติดร่างแหมากับเขาด้วย ซึ่งได้นำพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์นี้ติดตัวมาด้วย คณะลูกหลานก็ช่วยกันรักษาสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน จนมาถึง ปู่ ย่า ตา ทวด ของแม่บัวนำ ขันทะรัตน์ ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้าย คิดว่าบ้านเมืองเจริญขึ้น กลัวว่าลูกหลานจะไม่รักษาเหมือนบรรพบุรุษ จึงได้นำพระพุทธรูปทันใจทั้ง 3 องค์นี้ มาถวายเจ้าอาวาสวัดหม้อคำตวง ซึ่งเป็นที่นับถือในขณะนั้น เพื่อฝากฝังไว้ในพระพุทธศาสนา ให้ศรัทธาสาธุชนพุทธบริษัทได้มากราบไหว้บูชา เป็นหลักชัยของชีวิตสืบต่อไป…

โหราศาสตร์

48

 

สำหรับวัดหม้อคำตวงนั้น สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 2019 เดิมชื่อวัด “หมื่นคำตวง” เพราะผู้สร้างวัดมียศเป็นหมื่นในสมัยนั้น และต่อมาได้เรียกชื่อวัดว่า “วัดหม้อคำตวง”  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2330 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 10 เมตร ยาว 24 เมตร ปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ 119 ถนนศรีภูมิ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ “มหานิกาย” ที่ดินตั้งวัดมี 2 ไร่ 2 งาน 53 ตารางวา ทิศเหนือจดถนนศรีภูมิ ทิศใต้จดทางสาธารณะ ทิศตะวันออกจดถนนศรีภูมิ ซอย 5 ทิศตะวันตกจดถนนศรีภูมิ ซอย 6

44

43

 

นอกเหนือจากเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านแล้ว วัดหม้อคำตวงยังถือเป็นศูนย์กลางโหราศาสตร์แห่งเมืองเชียงใหม่ด้วย เพราะเป็นที่ตั้ง “สมาคมโหราศาสตร์ภาคเหนือ” โดยสมเด็จพระอาริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วัดราชบพิธวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ทรงอุปถัมภ์  ซึ่งนอกจากับทำนายทายทักแล้ว ยังเปิดอบรมวิชาหาราศาสตร์ สำหรับบุคคลทั่วไปด้วย

 

 

*********

 

 

Comments

comments