วัดจอมคีรีนาคพรต กับโบสถ์เทวดาสร้าง

loading...

DSC_0837

 

จังหวัดนครสวรรค์มีหลายวัดที่ตั้งอยู่บนเขา ฉะนั้นนอกจากอิ่มใจในการไหว้พระทำบุญแล้ว การเที่ยววัดในนครสวรรค์ยังสุขใจในการได้มองทิวทัศน์งามๆ อีกด้วย แต่หากนับว่าวัดใดสร้างบนเขาก่อนใคร ต้องยกให้วัดนี้เลยครับ “วัดจอมคีรีนาคพรต” เนื่องจากว่าวัดแห่งนี้มีอีกชื่อหนึ่งที่ติดปากชาวบ้านมาช้านาน คือ “วัดเขา” หรือ “วัดเขานครสวรรค์” เพราะครั้งอดีตทั้งจังหวัดมีเพียงวัดนี้ที่ตั้งอยู่บนเขา ส่วนวัดคีรีวงศ์ และวัดวรนาถบรรพต มาสร้างทีหลัง

ในอดีตวัดจอมคีรีนาคพรต นอกจากชื่อวัดเขาแล้ว ชาวบ้านยังเรียกว่า “วัดลั่นทม” อีกด้วย เพราะมีต้นลั่นทมอยู่มาก ปัจจุบันลั่นทมไม่มีแล้ว มีแต่ลีลาวดี ฮ่าๆ นั่นเพราะลั่นทมก็เปลี่ยนชื่อด้วยเช่นกัน เปลี่ยนเป็น “ลีลาวดี”

รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อวัด ของวัดคีรีนาคพรต มีอีกมากครับ ซึ่งมีผู้รู้เขียนไว้แล้ว สามารถตามอ่านได้ ตามลิงค์นี้

 

บรรยากาศร่มรื่นด้วยลีลาวดี
บรรยากาศร่มรื่นด้วยลีลาวดี

 

โบสถ์เทวดาสร้าง
โบสถ์เทวดาสร้าง

 

สิ่งแรกที่ผู้มาเยือนวัดคีรีนาคพรตต้องเจอ คือ ความสงบร่มเย็น ส่วนรูปเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์และตำนานนั้น ต้องยกให้ “โบสถ์เทวดาสร้าง”

โบสถ์เทวดาสร้างนั้น เป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ ลักษณะเป็นโถงสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัย ขนาดความกว้าง 4 วา 1 ศอก (8.5 เมตร) ยาว 6 วา 2 ศอก (13 เมตร) ล้อมรอบด้วยเสมาหินชนวนคู่ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระวินิจฉัยว่า “วัดที่มีโบสถเสมาคู่ เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้าง” รอบโบสถ์แห่งนี้ มีเสมาทั้งหมด 16 แผ่นวางกันเป็นคู่ๆ โดยลวดลายเป็นแบบสมัยอยุธยาตอนต้น ซึ่งทั้งจังหวัดนครสวรรค์ มีเพียงวัดนี้วัดเดียวที่มีเสมาคู่

 

เสมาคู่
เสมาคู่

 

สาเหตุที่เรียกกันว่า “โบสถ์เทวดาสร้าง” นั้น เพราะมีตำนานเล่าสืบกันมาว่า เมื่อแรกสร้างโบสถ์นั้น ชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างในลักษณะลงเสาพร้อมเครื่องบน แต่ยังไม่ได้ทำการยก ตั้งใจว่าจะยกในอีกวัน แต่ในกลางคืนนั้นเอง ชาวบ้านกลับเห็นแสงสว่างอยู่ทั่วบริเวณที่สร้างโบสถ์ แถมยังได้ยินเสียงมโหรีปี่พาทย์อีกด้วย จึงเชื่อกันว่าเทวดาได้ลงมาช่วยกันยกโบสถ์เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องสร้างต่อ ฉะนั้นโบสถ์แห่งนี้จึงกลายเป็นโบสถ์โถง ไม่มีผนังกั้น

ครั้งหนึ่ง ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 ได้เสด็จ ได้เสด็จประพาส จังหวัดนครสวรรค์ ทรงเสด็จมายังวัดจอมคีรีนาคพรตแห่งนี้ ทรงได้ทดลองว่า ในเมื่อเป็นโบสถ์เทวาดาสร้างแล้ว จะสามารถจุคนได้เท่าไหร่ จึงทรงรับสั่งให้ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จมาทั้งหมดนั้นเข้าไปในโบสถ์ ปรากฏว่า เข้าไปได้ทั้งหมด ซ้ำยังไม่เต็มอีกด้วย…

…เรื่องไม่เต็มโบสถ์นั้น ต้องอย่าลืมว่า โบสถ์เป็นโถง ไม่มีผนังกั้น…

 

หลวงพ่อปุ้ย
หลวงพ่อปุ้ย

 

ภายในโบสถ์เทวดาสร้าง เป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อปุ้ย” พระพุทธรูปเรือนแก้ว ปางมารวิชัย อันศักดิ์สิทธิ์ สวยงาม ความยาวหน้าตัก 1.65 เมตร สูง 2.5 เมตร พุทธลักษณะเหมือนศิลปะสุโขทัยตอนต้น เรือนแก้วมีความสูง 2.75 เมตร จากศิลปะความงามนั้น ดูแล้วจะได้รับอิทธิพลมาจากขอมศิลปะบายน

 

พระพุทธบาท 4 รอย
พระพุทธบาท 4 รอย

 

นอกจากพระพุทธรูปโบราณแล้ว ยังมีมณฑปพระพุทธบาท 4 รอย ให้สักการะบูชาอีกด้วย

มณฑปพระพุทธบาท 4 รอย องค์เดิมนั้นสร้างด้วยไม้ขนาดกว้าง 4 วา ยาว 4 วา หลังคานอดเจดีย์สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 4 พระพุทธบาท 4 รอย เป็นรอยพระบาทเรียงซ้อนกัน 4 รอย มีคติความเชื่อหมายถึง รอยพระพุทธบาทจำลองของพระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ คือ พระกุกสันธะพุทธเจ้า พระโกนาคมน์พุทธเจ้า พระกัสสปพุทธเจ้า และพระโคตมพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน) ซึ่งเป็นรอยในที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่แตกต่างจากที่อื่น คือ รอยพระพุทธบาทจะเรียงซ้อนกันไปถึงตรงกลางครั้งละรอย ส่วนที่อื่นจะเรียงจากขอบด้านซ้ายลงไปจรดขอบพระพุทธบาทด้านขวา ปัจจุบันมณฑปพระพุทธบาท 4 รอย ได้บูรณะใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2509

 

DSC_0848

DSC_0851

DSC_0847

 

จากมุมบนสูงของวัดคีรีนาคพรตแห่งนี้ สามารถมองทิวทัศน์เมืองนครสวรรค์ได้รอบทิศ โดยเฉพาะทางด้านทิศตะวันออก ในยามเช้า จะงามเป็นพิเศษ ซึ่งหากใครได้มายืนมอง ณ ตำแหน่งนี้ จะเข้าใจคำว่า “เมืองชอนตะวัน” อันเป็นที่มาของคำว่า นครสวรรค์ ได้ชัดเจน

 

ทั้งนี้ในทุกวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 12 ที่วัดจะมีงาน “ไหว้พระปิดทองวัดจอมคีรีนาคพรต” ในวันนี้ทุกคนที่มาร่วมงานจะได้กราบไหว้ ปิดทองพระประธานในอุโบสถเทวดาสร้างเพื่อขอพรให้เป็นศิริมงคลแก่ตน และครอบครัว

 

ขอเชิญครับ

.

.

.

 

Comments

comments