loading...

ถิ่นฐานดั้งเดิมผมอยู่ จ.นราธิวาส ทว่ามาเป็นเขยเมืองพิจิตร ติดแม่น้ำน่าน อ.บางมูลนาก ครั้งหนึ่งจู่ๆ นึกอยากเช่าพระพิฆเนศวร องค์เล็กๆ มาบูชาสักองค์ ก็คิดได้ว่าที่นี่มีวัดชื่อ “ท่าช้างอยู่” เคยไปสักการะหลวงพ่อหินครั้งหนึ่ง จึงเดาว่า ในเมื่อเป็นวัดชื่อท่าช้าง ก็น่าจะมีวัตถุมงคลเกี่ยวกับพระพิฆเนศวรบ้างละ กะอย่างนั้นแล้วก็ควบมอเตอร์ไซค์ไปทันที ไปถึงก็ตรงดิ่งไปยังแผงพระเครื่องของวัด ตั้งอยู่ในมณฑปหลวงพ่อหิน ส่วนหน้าของวัดนั่นแหละ ไม่ทันได้เอ่ยถาม ป้าที่เฝ้าแผงพลันเอ่ยทันใด

“หนูๆ ช่วยทำบุญมัสยิดหน่อยไหม ที่มีคนเอามาฝากไว้ จาก จ.นราธิวาส”

นั่น! มาไกลถึงเพียงนี้ ยังได้ทำบุญกับมัสยิดแถวบ้านอีก นับว่าเป็นเรื่องบังเอ็ญเอามากๆ

ส่วนรูปบูชาพระพิฆเนศวรนั้น มีให้เช่าอย่างที่คาดไว้จริงๆ แหละ

สำหรับวัดท่าช้าง ตั้งอยู่ที่ตำบลเนินมะกอก ซึ่งห่างจากตัวอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร ด้านหลังวัดติดแม่น้ำน่าน มีจุดให้อาหารปลา บริเวณทางลงมีต้นโพธิ์ให้ให้ความร่มรื่นอยู่ ฉะนั้นแม้จะไปตอนเที่ยงวันบรรยากาศก็เย็นสบาย

หลวงพ่อหิน

 

ด้านปฏิมากรรม วัดท่าช้างประดิษฐานพระพุทธรูปหินเก่าแก่อยู่องค์หนึ่ง ด้วยสลักจากหินทรายชาวบ้านจึงขนานนามท่านว่า “หลวงพ่อหิน”

หลวงพ่อหิน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยทวารวดียุคต้น เนื่องจากยุคนั้นนิยมสลักพระพุทธรูปด้วยหินทราย ตามข้อมูลระบุว่า เดิมหลวงพ่อหินประดิษฐานอยู่ที่วัดการ้อง แต่เศียรหักตกอยู่ ต่อมากรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เสด็จกลับจากวัดหิรัญญาราม ได้แวะนมัสการหลวงพ่อหิน พบว่าเศียรหลวงพ่อหินมีความสวยงามมาก จึงขอไปรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ต่อมาราว พ.ศ. 2480 ชาวบ้านจึงช่วยกันสร้างเศียรหลวงพ่อหินขึ้นมาใหม่ เพื่อมาต่อเติมกับส่วนร่างกาย ต่อจากนั้นจึงนำหลวงพ่อหินมาประดิษฐานยังวัดท่าช้าง พร้อมทั้งสร้างวิหารให้ด้วย

ด้วยชื่อวัดท่าช้าง ย่อมมีความเชื่อมโยงกับช้าง ตามข้อมูลทั่วไปบอกว่า วัดท่าช้างน่าจะสร้างในราวๆ ต้นรัชกาลที่ 5 ประมาณ พ.ศ. 2415 เดิมชื่อ “วัดเทพกุญชรติดถาวราราม” ที่ได้ชื่อนี้เนื่องมาจากมีนายพรานท่านหนึ่งพบช้างเผือก งามเนียม ขี้หอม ตัวหนึ่ง จึงกราบทูลให้พระเจ้าแผ่นดินทราบ หลังจากนั้นได้ยกทีมไปคล้องช้างตัวนั้นไปถวาย โดยตั้งชื่อว่า “พ่อพลายนิมิต” เมื่อคล้องเสร็จก็ต้องต่อแพเพื่อนำช้างไปยังอยุธยา ซึ่งต่อกัน ณ ที่ตั้งของวัดท่าช้างในปัจจุบัน ฉะนั้นที่แห่งนี้จึงชื่อว่า “ท่าช้าง”

ยังมีตำนานเกี่ยวกับพ่อพลายนิมิต อีกว่า หลังจากถูกคล้องไปถวายพระเจ้าแผ่นดินแล้ว แม่พังขวัญใจ คู่ชีวิตของพ่อพลายนิมิต ได้ออกตามหา แต่ไม่พบ เมื่อมาถึงจุดต่อแพจึงกลั้นใจตาย หลังจากนั้น “พ่อพลายน้อย” ผู้ลูก ออกตามหาพ่อและแม่ แต่ก็ไม่พบ จึงกลั้นใจตายตามอีก ด้วยตำนานนี้จึงมีรูปปั้น พ่อพลายนิมิต แม่พังขวัญใจ และพ่อพลายน้อย อยู่หน้าโบสถ์ของวัด

ท่านใดผ่านไป อ.บางมูลนาก สามารถแวะไปสักการะหลวงพ่อหิน และชมรูปปั้นช้าง ตลอดจนทำทานให้อาหารปลาได้ ตามพิกัดนี้ 16.011117, 100.371934

.

.

.

*********

 

Comments

comments